ป้ายกำกับ: ชัยพฤกษ์

สมุนไพรชัยพฤกษ์

No Comments
สมุนไพรชัยพฤกษ์

สมุนไพรชัยพฤกษ์

 

สมุนไพรชัยพฤกษ์

สมุนไพรชัยพฤกษ์ ชื่อสามัญ Javanese Cassia, Rainbow Shower, Pink and white shower, Common pink cassia[2],[3]

ชัยพฤกษ์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia javanica L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cassia javanica subsp. javanica) ส่วนอีกข้อมูลระบุว่า เป็นชนิด Cassia javanica subsp. nodosa (Roxb.) K.Larsen & S.S.Larsen จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยราชพฤกษ์ (CAESALPINIOIDEAE หรือ CAESALPINIACEAE)

มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ขี้เหล็กยะวา, เหล็กยะวา เป็นต้น

หมายเหตุ : ดอกชัยพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดชัยนาท และยังจัดเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยกรุงเทพอีกด้วย

ลักษณะของชัยพฤกษ์
ต้นชัยพฤกษ์ จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ มีความสูงได้ประมาณ 15-25 เมตร ทรงพุ่มเป็นรูปร่ม แผ่กว้าง ทรงพุ่มมีขนาดประมาณ 6-8 เมตร เปลือกต้นค่อนข้างเรียบเป็นสีน้ำตาล ต้นเล็กจะมีหนาม ส่วนต้นใหญ่จะมีรอยแผลปนหนามตามแนวขวาง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ชอบดินทรายและแสงแดดจัด มีถิ่นกำเนิดในอินโดนีเซีย และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบขึ้นตามป่าทุ่ง ป่าโปร่ง และปลูกเลี้ยงอยู่ทั่วไป

ใบชัยพฤกษ์ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ มีใบย่อยประมาณ 7-12 คู่ ออกเรียงตรงข้ามกัน แกนกลางใบประกอบยาวได้ประมาณ 15-30 เซนติเมตร ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปขอบขนานหรือรูปไข่แกมรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบกลม ส่วนขอบใบเรียบ มีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3.5-5 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวสด ผิวใบด้านล่างมีสีอ่อนกว่า และมีขนละเอียด เนื้อใบบางเกลี้ยงแต่ค่อนข้างเหนียว ก้านใบยาวประมาณ 1.5-4 เซนติเมตร ส่วนก้านใบย่อยมีขนาด

ดอกชัยพฤกษ์ ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด ก้านช่อดอกใหญ่และแข็ง ไม่แตกแขนง ช่อดอกตั้ง ยาวได้ประมาณ 5-16 เซนติเมตร ดอกเป็นสีชมพู ดอกย่อยเป็นรูปดอกหางนกยูงจำนวนมาก ดอกย่อยมีก้านดอกเรียว ยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงดอกมี 4 กลีบ ลักษณะของกลีบเลี้ยงเป็นรูปไข่ ปลายแหลม สีแดงเข้มถึงสีแดงอมน้ำตาล ยาวประมาณ 7-10 มิลลิเมตร ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ ลักษณะเป็นรูปไข่กลับ มีขนาดกว้างประมาณ 7-8 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 2.5-3.5 เซนติเมตร โคนกลีบคอดเป็นก้าน ยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้ 9-10 อัน สีเหลือง 3 อัน มีลักษณะยาวโค้ง ดอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5-3.5 เซนติเมตร รังไข่เรียว มีขนปกคลุมบาง ๆ ดอกเมื่อเริ่มบานจะเป็นสีชมพู แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม เมื่อดอกใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีขาว ออกดอกในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม

ผลชัยพฤกษ์ ผลแห้ง ลักษณะเป็นฝักรูปทรงกระบอก ผิวฝักเรียบเกลี้ยงไม่มีขน ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร ฝักอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีดำ ฝักแก่จะไม่แตก ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 40-50 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะกลมแบน มีสีน้ำตาลเป็นมัน จะติดผลในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม

สรรพคุณของชัยพฤกษ์
ฝักมีรสหวานเอียน ใช้เป็นยาระบายพิษไข้ ใช้ถ่ายเสมหะ (ฝัก)
ฝักมีสรรพคุณเป็นยาแก้ตานขโมย (ฝัก)

เปลือกฝักและเมล็ด มีสรรพคุณทำให้อาเจียนและเป็นยาลดไข้ (เปลือกฝัก, เมล็ด)
ฝักหรือเนื้อในฝักใช้เป็นยาแก้พรรดึกหรืออาการท้องผูก เป็นยาระบายที่ไม่ทำให้ปวดมวนในท้องหรือไซ้ท้อง จึงเหมาะใช้ในเด็ก สตรีมีครรภ์ และในผู้ป่วยเรื้อรัง (ฝัก)
เนื้อในฝักใช้เป็นยาขับพยาธิ (เนื้อในฝัก)
ใช้เป็นยาแก้ปวดข้อ (ฝัก)
สรรพคุณของยาไทยโบราณกล่าวว่า ส่วนอื่น ๆ เสมอด้วยสรรพคุณของต้นราชพฤกษ์ (ต้นคูน)
ประโยชน์ของชัยพฤกษ์
ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ เพื่อชื่นชมความงามของดอก
ต้นชัยพฤกษ์ จัดเป็นพรรณไม้มงคล เป็นต้นไม้แห่งชัยชนะ ชนะศัตรู ชนะอุปสรรคต่าง ๆ และชัยพฤกษ์ยังเป็นหนึ่งในเก้าไม้มงคลที่นำมาใช้ในพิธีวางศิลาฤกษ์และใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนอีกด้วย
สำหรับชาวไทย ช่อชัยพฤกษ์ประดับเป็นมงคลหลายที่ เช่น บนอินทรธนูข้าราชการ ประดับประกอบดาวบนอินทรธนู และในหมวกของทหารและตำรวจทั้งหลาย
นอกจากนี้ใบชัยพฤกษ์ยังใช้ประดิษฐ์เป็นพวงมาลัยสวมศีรษะ เพื่อเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่แก่กวีและนักดนตรีในสมัยโบราณอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com