ป้ายกำกับ: ฉัตรทอง

ฉัตรทอง สรรพคุณและก็ประโยชน์ซึ่งมาจากต้นฉัตรทอง 35 ข้อ

No Comments
ฉัตรทอง

ฉัตรทอง

ฉัตรทอง ชื่อสามัญ Hollyhock

ฉัตรทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Alcea rosea L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Althaea rosea (L.) Cav.) จัดอยู่ในตระกูลชบา (MALVACEAE)

สมุนไพรฉัตรทอง มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า ซูขุย (ภาษาจีนกลาง), จวกขุ่ยฮวย (จีน-แต้จิ๋ว) ฯลฯ

สรรพคุณของฉัตรทอง

  • รากและดอกใช้เป็นยาจับพิษร้อนในร่างกาย ทำให้เลือดเย็น (ราก, ดอก)
  • รากและเมล็ดเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย (ราก, เมล็ด)
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น (ดอก)
  • ช่วยแก้โลหิตกำเดา (ราก, ดอก)
  • ช่วยทำให้ชุ่มชื่น (ดอก)
  • รากสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาและป้องกันโรคเยื่อจมูกอักเสบหรือเยื่อภายในร่างกายอักเสบได้ (ราก)
  • หากมีไข้หรือเป็นไข้จับสั่น ก็ให้ใช้ดอกสดที่ผึ่งแห้งแล้ว นำมาบดเป็นผงผสมกับน้ำรับประทานเป็นยาแก้ไข้ ส่วนรากและเมล็ดในตำราได้ระบุไว้ว่ามีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ ลดไข้เช่นเดียวกับดอก (ดอก, ราก, เมล็ด)
  • ช่วยแก้อาการไอเป็นเลือด (ราก, ดอก)
  • ช่วยรักษาโรคหัด ด้วยการใช้ดอกที่บานเต็มที่แล้ว (สดหรือแห้งก็ได้) นำมาต้มกินหรือบดเป็นผงกิน (ดอก)
  • ช่วยรักษาอาการอาเจียนเป็นเลือดหรือตกเลือด ด้วยการนำรากสดประมาณ 30 กรัมนำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรือจะใช้รากสดประมาณ 60 กรัม นำมาคั้นเอาแต่น้ำผสมกับเหล้ารับประทานเป็นยาก็ได้ หรือหากมีอาการตกเลือดก็สามารถใช้ดอกนำมาต้มรับ
  • ประทานเป็นยาได้เช่นกัน (ดอก, ราก)
  • ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ (ราก, ดอก)
  • ใช้รักษาเด็กที่ปากเป็นแผลอักเสบ ด้วยการใช้ยอดอ่อนผสมกับน้ำผึ้ง นำมาทาเช้าเย็น โดยการนำไปปิ้งกับไฟให้แห้งแล้วให้เป็นผงเสียก่อน (ยอดอ่อน)
  • ช่วยแก้บิด ขับถ่ายเป็นเลือด ด้วยการใช้ยอดอ่อนนำมาต้มกับน้ำรับประทาน แต่ต้องนำมาปิ้งกับไฟให้พอเหลืองเสียก่อน และให้ใช้ประมาณ 6-18 กรัม หรือจะใช้ดอกนำมาต้มรับประทานก็ได้ (ยอดอ่อน, ดอก)
  • หากมีอาการท้องผูก ก็ให้ใช้ดอกสดประมาณ 30 กรัม นำมาผสมกับชะมดเชียง 1.5 กรัม กับน้ำอีกครึ่งแก้วใช้ต้มรับประทาน บ้างก็ว่าให้ใช้รากสด ๆ ผสมกับเมล็ดของตังเกี้ยงไฉ่ (อย่างละ 30 กรัม) นำมาต้มกับน้ำรับประทาน ส่วนเมล็ดก็แก้ท้องผูกเช่นกัน
  • โดยนำมาเมล็ดมาต้มรับประทานหรือบดเป็นผงรับประทาน แต่จะต้องใช้เมล็ดจากผลแก่ที่ตากแห้งแล้ว (ดอก, เมล็ด, ราก)
  • เมล็ดใช้เป็นยาช่วยหล่อลื่นลำไส้ ด้วยการใช้เมล็ดจากผลแก่ที่ตากแห้งแล้ว นำมาต้มรับประทานหรือบดเป็นผงรับประทาน ส่วนดอกตามตำราก็ระบุว่ามีสรรพคุณช่วยหล่อลื่นเช่นกัน (เมล็ด, ดอก)
  • ใช้รักษาแผลในลำไส้ ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 3 กรัม นำมาต้มกับน้ำใช้รับประทานเป็นยา (ราก)
  • ช่วยแก้ลำไส้อักเสบ รักษาฝีในลำไส้ หรือฝีในท้อง ด้วยการใช้รากฉัตรทอง 20 กรัม โกฐน้ำเต้า 6 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน แต่หากมีอาการเลือดออกด้วยก็ให้เพิ่มโกฐสอ 20 กรัม แปะเจียก 20 กรัม และสารส้มสตุ 19 กรัม ต้มกับน้ำเป็นยารับ
  • ประทาน หรือจะนำมารวมกันแล้วบดให้เป็นผง ทำเป็นยาเม็ดลูกกลอนรับประทานก็ได้เช่นกัน (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ด้วยการนำเมล็ดแก่ที่ตากแห้งแล้วนำมาบดเป็นผง ใช้ผสมกับน้ำอุ่นรับประทานวันละ 2 ครั้ง โดยใช้รับประทานครั้งละ 6 กรัม (ตำรับนี้สามารถใช้แก้ปัสสาวะขัดและอุจจาระขัดได้ด้วย) ส่วนเด็กที่มีอาการท้องผูกก็รับ
  • ประทานได้ แต่ต้องใช้ประมาณ 3-10 กรัม (เมล็ด)
  • รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัดและอุจจาระติดขัด (เข้าใจว่าใช้รากสดประมาณ 30-60 กรัม) หรือจะใช้ดอกสดประมาณ 35 กรัม นำมาต้มกับน้ำครึ่งแก้วแล้วใส่ชะมดเชียง 2 กรัม เป็นยารับประทาน ส่วนเมล็ดก็มีสรรพคุณขับปัสสาวะ
  • เช่นกัน แต่ต้องเป็นเมล็ดจากผลแก่ที่ตากแห้งแล้วนำมาต้มหรือบดเป็นผงรับประทาน (ดอก, เมล็ด, ราก)
  • รากและดอกใช้แก้ทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ ปัสสาวะแสบร้อน (ราก, ดอก)
  • ช่วยแก้อาการปัสสาวะมากผิดปกติ ด้วยการใช้รากสดนำมาล้างให้สะอาด แล้วทุบให้แตกใส่น้ำต้มให้เดือดจนเข้มข้น แล้วรินน้ำรับประทาน (ราก)
  • หากปัสสาวะเป็นเลือด ให้ใช้เถาจากยอดอ่อนของต้นฉัตรทองนำมาผสมกับเหล้าใช้รับประทานวันละ 2 ครั้ง แต่ต้องรับประทานทีละน้อย ๆ หรือจะใช้รากสดนำมาต้มกับดื่มก็ได้ ส่วนดอกและเมล็ดตามตำราก็ระบุว่าแก้ปัสสาวะเป็นเลือดได้เช่นกัน (เถาจาก     ยอดอ่อน, ดอก, เมล็ด, ราก) 
  • ใช้รักษาโรคหนองใน ด้วยการใช้ยอดอ่อนหรือใบนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยา จะใช้ใบสดหรือใบแห้งก็ได้ หรือจะนำมาเผาให้เป็นเถ้าแล้วนำมาบดเป็นผงกินก็ได้เช่นกัน โดยจะใช้อยู่ที่ประมาณ 6-20 กรัม หรือจะใช้รากสดประมาณ 30-60 กรัม นำมาต้มกับน้ำ     กิน หรือทำเป็นเม็ด หรือบดเป็นผงกินก็ได้ ส่วนเมล็ดก็สามารถนำมาทำเป็นยาแก้โรคหนองในได้เช่นกัน (ใบ, เมล็ด, ราก)
  • หากสตรีมีอาการตกขาว ให้นำดอกสดประมาณ 150 กรัม นำมาผึ่งให้แห้งในที่ร่ม แล้วนำไปบดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้งรับประทาน แต่ก่อนรับประทานจะต้องดื่มเหล้าก่อน 1 ถ้วยชา หรือจะใช้รากสด ๆ ประมาณ 30-60 กรัม นำมาต้มกับน้ำกินก็ได้เช่นกัน             (ดอก, ราก) ส่วนอีกวิธีให้ใช้รากฉัตรทอง 35 กรัมและดอกอีก 10 กรัม นำมาตุ๋นกับเนื้อหมูรับประทาน ก็สามารถใช้แก้มุตกิดระดูขาวได้เช่นกัน (ราก, ดอก)
  • ช่วยรักษาปากมดลูกอักเสบ (ราก, ดอก)
  • ช่วยรักษาอาการบวมน้ำ ด้วยการนำเมล็ดแก่ที่ตากแห้งแล้วนำมาบดเป็นผง ใช้ผสมกับน้ำอุ่นรับประทานวันละ 2 ครั้ง โดยใช้รับประทานครั้งละ 6 กรัม ส่วนเด็กที่มีอาการท้องผูกก็รับประทานได้ แต่ต้องใช้ประมาณ 3-10 กรัม (เมล็ด) ส่วนรากและดอกก็ช่วยแก้บวมน้ำได้เช่นกัน (ราก, ดอก)
  • ใช้รักษาแผลไฟไหม้ แผลโดนน้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ดอกสดที่ตำละเอียดแล้วนำมาผสมกับน้ำมันพืช ใช้เป็นยาพอกบริเวณนั้น (ดอก)
  • รากและเมล็ดใช้ตำพอกรักษาแผลเรื้อรังได้ (ราก, เมล็ด)
  • ใช้รักษาแผลหิด ด้วยการใช้เมล็ดจากผลแก่ที่ตากแห้งแล้ว นำมาต้มหรือบดเป็นผงรับประทาน (เมล็ด)
  • ช่วยรักษาแผลบวมอักเสบ ด้วยการใช้รากสดนำมาตำแล้วพอก หรือถ้าเป็นแผลบวมจะใช้ดอกมาตำหรือบดให้เป็นผงใช้พอกหรือทาบริเวณที่เป็นแผลก็ได้ (ดอก, ราก)
  • ช่วยรักษาแผลฝีหนอง ด้วยการใช้ยอดอ่อนหรือใบนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยา จะใช้ใบสดหรือใบแห้งก็ได้ หรือจะนำมาเผาให้เป็นเถ้าแล้วนำมาบดเป็นผงรับประทานก็ได้เช่นกัน โดยจะใช้อยู่ที่ประมาณ 6-20 กรัม (ใบ) ส่วนรากและดอกก็ช่วยขับฝีหนอง           (ราก, ดอก)
  • รากใช้เป็นยาดูดหนอง ด้วยการใช้รากสด ๆ นำมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็น (ราก)
  • รากและเมล็ดช่วยในการคลอดบุตรของสตรี (ราก, เมล็ด)

ประโยชน์ของฉัตรทอง

  • หากใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นหรือเป็นฝ้า ก็ให้ใช้ดอกสดนำมาบดให้ละเอียดผสมกับรังผึ้งสด ใช้ทาหน้าก่อนนอนทุกคืน
  • ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้วตามสวนทั่วไป

 

แหล่งที่มา.. didigamescom.org