เดือน: ตุลาคม 2018

ขมิ้นชัน สมุนไพรไทยแท้ๆ พร้อมประโยชน์ และการนำไปใช้ให้ถูกวิธี

No Comments
ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน  เรียกกันทั่วไปว่า “ขมิ้น” เป็นไม้ล้มลุกมีสีเหลืองอมส้ม มีเหง้าอยู่ใต้ดิน

ขมิ้นชัน มีกลิ่นหอม คนนิยมนำ “เหง้า” ทั้งสดและแห้งมาใช้รักษาอาการที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร รวมทั้งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง จุกเสียดแน่นท้อง และสามารถนำขมิ้นชันมาทาภายนอก เพื่อใช้รักษาแผลเรื้อรัง แผลสด โรคผิวหนัง พุพอง รักษาชันนะตุ

นอกจากนั้น “ขมิ้นชัน” ยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ “คูเคอร์มิน” ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งตับ อีกทั้งยังสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนัง หรือใครที่มีแผลอักเสบ “ขมิ้นชัน” ก็มีสรรพคุณช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เพราะมีฤทธิ์ไปลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง และหากรับประทานขมิ้นชันทุกวัน ตามเวลาจะช่วยให้ความจำดีขึ้น ไม่อ่อนเพลียยามตื่นนอน และช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

เป็นพืชที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อของเหง้ามีสีเหลืองเข้มไปจนถึงสีแสด เอกลักษณ์ที่เด่นชัด คือ รสชาติที่จัดจ้าน สีสันมีความสวยงาม อีกทั้งยังได้มีการนำเอาสมุนไพรมาประยุกต์ผสมผสานลงไปในอาหารไทย ทำให้ได้รสชาติที่ดูแตกต่างแต่ลงตัว เมื่อพูดถึงเรื่อง สมุนไพร ที่คนไทยนิยมนำมาทำอาหาร เราคงจะพลาดที่จะเอ่ยถึง ขมิ้นชัน ไม่ได้ เพราะว่าเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ทำให้อาหารมีสีสันสะดุดตา ตลอดจนมีสรรพคุณทางยาที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มพูนเป็นลำดับถัดมาจากความอร่อย ตอนนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดกันให้มากขึ้น เพราะเหตุใดจึงเป็นที่นิยม และประโยชน์ที่ได้จากสมุนไพรชนิดนี้มีอะไรบ้าง หากพร้อมแล้วมาเริ่มเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

ขมิ้นชัน

วิตามินและแร่ธาตุในขมิ้นชัน
นอกจากเราจะเราสามารถนำขมิ้นชันไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหาร ใช้ย้อมสี หรือใช้เพิ่มกลิ่นให้กับอาหารแล้ว ในขมิ้นชันยังมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เกลือแร่ เส้นใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.honestdocs.co/

เปิดโลก ‘อุรังอุตัง’ ผู้ลึกลับตัวเองเลือกศึกษาสิ่งที่ยากที่สุดในโลกอยู่ค่ะ

No Comments

เปิดโลก เชอรีล นอตต์ บอกผมขณะเรานั่งอยู่ใต้ร่มไม้ในป่าดิบชื้นที่สถานีวิจัยลิงอุรังอุตังของเธอทางตะวันตก

เปิดโลก บอร์เนียว ระหว่างที่เราพูดคุยกันอยู่นั้น ผู้ร่วมงานของนอตต์กำลังทำงานกับเครื่องรับสัญญาณจีพีเอสและไอแพด ในผืนป่ารอบอุทยานแห่งชาติกูนุงปาลุง ประเทศอินโดนีเซีย พวกเขากำลังติดตามลิงอุรังอุตังซึ่งท่องป่าไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน บันทึกสิ่งที่พวกมันทำ สิ่งที่พวกมันกิน และการมีปฏิสัมพันธ์ในหมู่พวกมัน

อุรังอุตังผิดกับกอริลลาและชิมแปนซีซึ่งเป็นเอปใหญ่เหมือนกันที่อาศัยอยู่เป็นฝูงและติดตามศึกษาได้ค่อนข้างง่าย ส่วนใหญ่แล้วอุรังอุตังใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว พวกมันใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่บนยอดไม้ ท่องไปเป็นบริเวณกว้าง และโดยทั่วไปแล้วจะอาศัยอยู่ในป่ารกชัฏหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เป็นหนองน้ำ ซึ่งยากลำบากที่มนุษย์จะฝ่าเข้าไป ด้วยเหตุนี้ อุรังอุตังจึงเป็นสัตว์บกขนาดใหญ่ที่รู้จักกันน้อยที่สุดในโลกชนิดหนึ่งมาเป็นเวลานาน กระทั่งในช่วงประมาณ 20 ปีที่ผ่านมานี้เองที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เริ่มมีน้ำหนักมากกว่าการคาดคะเน เมื่อนักวิจัยรุ่นใหม่ติดตามศึกษาเอปลึกลับชนิดนี้ทั่วเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา อันเป็นสถานที่เพียงสองแห่งในโลกที่อุรังอุตังอาศัยอยู่

เป็นเวลากว่า 20 ปีที่นอตต์ดูแลโครงการวิจัยในกูนุงปาลุง เธอศึกษาประวัติชีวิตอุรังอุตังในหลายแง่มุม แต่จะเน้นเรื่องผลกระทบที่ปริมาณอาหารมีต่อฮอร์โมนของเพศเมียและการสืบพันธุ์ “ตอนที่เราเริ่มทำวิจัยที่นี่ ไม่มีใครศึกษาฮอร์โมนในเอปป่าอย่างจริงจังเลยค่ะ ใครๆ ก็ว่าฉันเพี้ยนไปแล้ว” เธอบอก

งานวิจัยของนอตต์มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะอุรังอุตังเพศเมียตกลูกทุกหกถึงเก้าปีเท่านั้น ไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดเว้นช่วงการตกลูกแต่ละตัวยาวนานเท่านี้ และไม่มีใครรู้ว่า งานวิจัยของเธอจะมีประโยชน์อย่างไรต่อความรู้ด้านภาวะเจริญพันธุ์ในมนุษย์ เนื่องจากมนุษย์กับอุรังอุตังเหมือนกันมาก

เปิดโลก

ในกูนุงปาลุง ต้นไม้จะผลิดอกออกผลน้อยหรือไม่ออกผลเลยตลอดหลายฤดูกาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผืนป่าหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นทุกประมาณสี่ปี ต้นไม้หลากหลายชนิดจะออกผลพร้อมกันเป็นจำนวนมหาศาล ปรากฏการณ์นี้ทำให้นอตต์สงสัยเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารกับการสืบพันธุ์ของอุรังอุตัง

ที่ผ่านมา งานวิจัยของเธอแสดงให้เห็นว่า อุรังอุตังเพศเมียมีระดับฮอร์โมนสืบพันธุ์สูงสุดเมื่อผืนป่ามีผลหมากรากไม้มากที่สุด นี่คือการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมหรือวัฏจักรแบบ “เดี๋ยวล้นเหลือ เดี๋ยวขาดแคลน”

“จะว่าไปก็สมเหตุสมผลมากค่ะ ในช่วงที่มีผลไม้ดกดื่นนี้เองที่เพศเมียมีโอกาสตั้งท้องมากกว่า” นอตต์บอก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีช่วยให้ก้าวย่างของการค้นพบซึ่งรวดเร็วกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนอยู่แล้วยิ่งรุดหน้า ทว่าสิ่งนี้จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อยังมีอุรังอุตังเหลืออยู่ให้ศึกษาในป่าบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา

ในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 นักอนุรักษ์บางคนทำนายว่า อุรังอุตังจะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติภายใน 20 หรือ 30 ปี เคราะห์ดีที่สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น ปัจจุบัน เราพบว่ามีอุรังอุตังในธรรมชาติมากกว่าจำนวนที่ทราบในช่วงเปลี่ยนสหัสวรรษ (ราวปี 2000) อยู่หลายพันตัว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

สายตรวจฯซุ่มจับ หนุ่มเพชรบุรี ใช้ลูกซองล่าเก้งใน อช.แก่งกระจาน

No Comments
สายตรวจฯซุ่มจับ

สายตรวจฯซุ่มจับ จนท.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ลาดตระเวนปราบปรามการลักลอบบุกรุกป่า

สายตรวจฯซุ่มจับ ซุ่มจับหนุ่มเพชรบุรี วัย 32 ปี ลอบใช้ลูกซองยิงเก้ง…

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 60 สายตรวจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขตบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ 3 ออกลาดตระเวนปราบปรามการลักลอบบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติในอุทยาน และซุ่มจับกุม นายนพคุณ เอนกทรัพย์ อายุ 32 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ขณะกำลังลักลอบล่าสัตว์ยิงเก้งด้วยอาวุธปืนลูกซองเดี่ยว ไม่มียี่ห้อและหมายเลขทะเบียน

สายตรวจฯซุ่มจับ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีพรานป่าเข้ามาลักลอบยิงสัตว์ป่าบริเวณป่าบ้านเขาแหลม หมู่ 8 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้สั่งการให้ นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และสายตรวจเขตบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ 3 ออกลาดตระเวนและสุ่มจับกุม จนเวลา 04.00 น. วันนี้ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาจากป่าจึงตามเสียงปืนเข้าไปพบ นายนพคุณ

พร้อมอาวุธปืนและซากเก้ง จึงตรวจสอบและจับกุม โดยเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ มาตรา 16 (3), (13), (15), (16) และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา 16 (19), (22) พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดีต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

พบซาก ศพชายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว น้องคาดถูกโขลงช้างป่าเหยียบตาย

No Comments
พบซาก

พบซาก น้องเข้ายืนยันซากศพในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ

พบซาก มั่นใจเป็นพี่ชายที่หายตัวออกจากบ้านไปเดือนกว่า สันนิษฐานถูกโขลงช้างป่าที่ลงมาหากินทำร้ายจนตาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 61 พ.ต.ท.สุริยา แน่นอุพำ สว.สส.สภ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งจาก นายธงชัย อรรคบุตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านหนองบ่อ ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า ว่า มีชาวบ้านไปหาของป่าพบซากศพคนในป่าทึบ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร และอยู่เลยฐานพิทักษ์ป่าบ้านหนองบ่อลึก เข้าไปประมาณ 300 เมตร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายจรูญ บุหิรัญ นายอำเภอบุ่งคล้า ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว พ.ต.อ.ธำรงชัย ไล้ทองดี ผกก.สภ.บุ่งคล้า พ.ต.ท.สาโรจน์ ภมร รอง ผกก.สส. ตำรวจชุดสืบสวน พญ.สมกมล ดอนแก้ว แพทย์เวร รพ.บุ่งคล้า ตำรวจพิสูจน์หลักฐานบึงกาฬ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างศรีวิไล จุดบึงโขงหลง

ที่เกิดเหตุใต้กอไผ่กลางป่า พบซากศพเพศชายเหลือเพียงกระดูกส่วนเอวลงไปที่ขาติดอยู่ภายในกางเกงยีนส์ ส่วนซี่โครง กะโหลกศีรษะ กระดูกขา กระดูกแขน กระจัดกระจาย ทั้งหมด 12 จุด ห่างกันราว 20 เมตร และพบร่องรอยช้างป่าจำนวนมากเหยียบย่ำไปมาบริเวณที่พบซากศพ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานและชิ้นส่วนผู้ตายนำออกมาตรวจสอบที่ฐานพิทักษ์ป่าบ้านหนองบ่อ หลังจากตรวจสอบทราบว่าผู้ตายคือ นายวิชิต เพชรสมบัติ อายุ 45 ปี ชาวบ้านหนองบ่อ ที่เข้าป่าไปตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยแพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้ว 1-2 เดือน

พบซาก

จากการสอบสวน นายควรคิด เพชรสมบัติ อายุ 40 ปี ยืนยันว่าผู้ตายคือ นายวิชิต พี่ชายที่หายตัวออกจากบ้าน มักจะเข้าป่าขึ้นเขาไปกับพระธุดงค์ หรือไม่ก็เดินทางขึ้นเขาลงเขาภูวัว นำอาหารไปถวายพระธุดงค์อยู่เป็นประจำ ช่วงที่หายตัวไปใหม่ๆ ออกตามหาและมาพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ทางเข้าป่าจุดพบศพ จึงนำกลับไปไว้ที่บ้าน ซึ่งคาดว่าระหว่างทางเดินอาจจะมาพบกับโขลงช้างป่าที่ลงมาหากินและถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต ส่วนที่ตัวเองเชื่อว่าเป็นพี่ชายคือกางเกงยีนส์และโทรศัพท์ที่พบติดโครงกระดูก

นายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ฝากเตือนว่า มีหลายครั้งที่ชาวบ้านเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน ก็อยากให้ระมัดระวังเรื่องช้างป่า หรือแม้กระทั่งอันตรายจากสัตว์ชนิดต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทำงานอย่างเข้มงวดตลอดเวลา แต่ที่เกิดเหตุนี้ขึ้นถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ส่วนข้อเท็จจริงกรณีชาวบ้านถูกช้างทำร้ายนั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้เพราะช้างก็อยู่ในป่าตลอด โดยพื้นที่นี้มีช้างป่าอยู่เกือบ 50 ตัว เบื้องต้นทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะได้จัดการช่วยเหลือญาติผู้ตายในการจัดงานศพต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th

 …

จับภาพ แมวลายหินอ่อน กลางป่าแก่งกระจาน 1 ในสัตว์หายากในป่าไทย

No Comments
จับภาพ

จับภาพ  ในป่าก็มีแมวนะ ! เพจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เผยคลิปภาพหายากจากกล้องในป่า

จับภาพ  จับภาพแมวลายหินอ่อน 1 ในสัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ วอนคนไทยช่วยกันดูแลรักษาผืนป่าเพื่อสัตว์ป่า

วันที่ 30 เมษายน 2561 มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (Kaeng Krachan National Park) ได้โพสต์คลิปภาพ แมวลายหินอ่อน หนึ่งในสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย โดยระบุว่า “ในป่าก็มีแมวนะ แต่คราวนี้ไม่ใช่แมวดาว มันคือ แมวลายหินอ่อน หนึ่งในสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย เป็นแมวขนาดกลาง ลักษณะเด่นคือลายบนลำตัวที่เหมือนกับลายหินอ่อน หากินตอนกลางคืน กินสัตว์ขนาดเล็ก ๆ เป็นอาหาร

จับภาพ

ปกติแมวลายหินอ่อนก็หายากอยู่แล้วในธรรมชาติ ยิ่งในปัจจุบันมีภัยคุกคามทั้งจากการล่า และทำลายที่อยู่อาศัย ทำให้จำนวนประชากรลดลงไปอีก วอนคนไทยช่วยกันดูแลรักษาผืนป่าไว้ให้เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่ากันดีกว่า..”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com/

ผล วิจัยใหม่ชี้ เสือชีตาห์ใกล้สูญพันธ์ุ เหลือในธรรมชาติแค่ 7,100 ตัว

No Comments
ผล

ผล การวิจัยใหม่ชี้ว่า จำนวนของเสือชีตาห์ในธรรมชาติลดลงเหลือเพียงประมาณ 7,100 ตัวเท่านั้น ถือว่าเสี่ยงที่จะสูญพันธ์ุอย่างยิ่ง…

ผล สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์วารสาร ‘Proceedings of the National Academy of Sciences’ เผยแพร่ผลการวิจัยใหม่ระบุว่า จำนวนของเสือชีตาห์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกลดลงอย่างมากจนเสี่ยงสูญพันธ์ุ โดยเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 7,100 ตัวเท่านั้น

การวิจัยดังกล่าวระบุว่า เสือชีตาห์ในธรรมชาติเกินครึ่ง อาศัยอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยเดียวซึ่งครอบคลุม 6 ประเทศในพื้นที่ทางใต้ของทวีปแอฟริกา ขณะที่เสือชีตาห์ในเอเชียกำลังจะหมดไปแล้ว โดยมีเหลือในอิหร่านไม่ถึง 50 ตัวเท่านั้น เนื่องจากเสือชีตาห์เป็นสัตว์กินเนื้อที่มีพื้นที่หากินกว้างที่สุด และ 77% อยู่นอกอุทยานหรือเขตอนุรักษ์ และเขตหากินนอกพื้นที่อนุรักษ์นี้ ก็ถูกมนุษย์เข้ามาพัฒนามากขึ้น ทำให้อาหารของแมวยักษ์พันธ์ุนี้น้อยลงไปด้วย

ผล

ส่วนที่ซิมบับเว ประชากรเสือชีตาห์ลดลงจากประมาณ 1,200 ตัว เหลือแค่ 170 ตัวเท่านั้น ในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา โดยสาเหตุหลักมาจากการเข้าถือครองพื้นที่ของมนุษย์ เสือชีตาห์ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า ที่คอยจับลูกเสือชีตาห์ตามใบสั่งจากคนในชาติอาหรับ ซึ่งราคาของลูกเสือชีตาห์อาจพุ่งสูงถึงตัวละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทีเดียว

ดร. ซาราห์ ดูแรนต์ จากสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน หัวหน้าทีมผู้เขียนผลการวิจัยนี้ เรียกร้องให้มีการเพิ่มระดับความเสี่ยงสูญพันธ์ของเสือชีตาห์ใหม่จากกลุ่มเสี่ยง เป็นกลุ่มอันตรายด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

โลก อึ้ง! ทาร์ซาน เด็กหญิง เพื่อนสัตว์ป่า สำนักข่าวต่างประเทศ

No Comments
โลก

โลก เผยแพร่ภาพ ทิปปี้ เดอเกร ชาวฝรั่งเศสที่เติบโตมาในป่านามิเมีย แอฟริกา ที่ทำให้คนทั่วโลกตกตะลึง

โลก เมื่อเธอสามารถเป็นเพื่อนกับบรรดาสัตว์ป่าทุก ประเภท ตั้งแต่กระรอกยันเสือร้ายเลยทีเดียว

โลก

ทั้งนี้ ทิปปี้ เป็นเด็กหญิงที่เกิดในครอบครัวช่างภาพที่ตระเวนถ่ายภาพสัตว์ป่าไปทั่ว แอฟริกา ตั้งแต่เด็กจนถึง 10 ขวบ ปัจจุบันทิปปี้อายุ 20 ปีแล้ว และกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในนครปารีส แต่ยังกลับไปเยี่ยมเยียนบรรดาสัตว์ป่าในนามิเบ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

การ สนับสนุนจากประชากรทั่วโลกได้ช่วยสัตว์ 1.7 ล้านถูกช่วยให้มีชีวิตดีขึ้น

No Comments
การ

การ นายปีเตอร์ เมสัน รักษาการ ผอ.องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เปิดเผยว่า องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก

การ สำนักงานใหญ่เปิดเผยข้อมูลถึงการสนับสนุนจากประชากรทั่วโลกได้ช่วยสัตว์กว่า 1,700 ล้านตัว ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะที่ผลจากการรณรงค์โครงการ Wildlife. Not Entertainers

เพื่อปกป้องสัตว์ป่าจากการถูกทารุณในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลให้บริษัททัวร์ 186 แห่งทั่วโลกหยุดขายทัวร์ขี่ช้าง ขณะเดียวกัน โครงการคืนช้างสู่โขลง ก็มีผู้ลงชื่อสนับสนุนถึง 155,000 คน

การ

เพื่อผลักดันให้ปางช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง รวมถึงโครงการ Wildlife Selfie Code เพื่อยุติการถ่ายเซลฟี่คู่กับสัตว์ป่าอย่างไม่มีความรับผิดชอบ เนื่องในวันสัตว์โลก ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วโลกมากกว่า 250,000 คน ทั้งนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกยังคงดำเนินงานเพื่อพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ต่างๆอย่างต่อเนื่องผ่านความช่วยเหลือและร่วมมือจากทุกภาคส่วน.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

 …

บุกจับ สัตว์ป่า ซ.หทัยราษฎร์ 39 ยึดสิงโต14ตัวนำส่งขาย

No Comments
บุกจับ

บุกจับ บก.น.3 บุกค้นบ้านในซอยหทัยราษฎร์ 39 ย่านคลองสามวา ตะลึงพบเลี้ยงสัตว์ป่าหายากกว่า 200 ตัว เป็นสิงโต 14 ตัว พบเป็นขบวนการใหญ่ส่งขายทั้งใน-นอกประเทศ

บุกจับ กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บุกตรวจค้นบ้านเลขที่ 108 ภายในซอยหทัยราษฎร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา หลังได้รับการร้องเรียนว่า

บุกจับ

มีการลักลอบเลี้ยงสัตว์ป่าหายากเพื่อจำหน่ายจำนวนมาก โดยจากการตรวจค้น พบเป็นบ้านเดี่ยว เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ มีกรงเลี้ยงสัตว์ป่าหลายชนิดจำนวนมาก อาทิ สิงโต แมวดาว นกเงือก เต่า รวมทั้งหมดกว่า 200-300 ตัว โดยมีสิงโตถึง 14 ตัว

สอบสวนเบื้องต้น พบว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ และเลี้ยงส่งขายทั้งในไทยและต่างประเทศ ดูแล้วน่าจะเป็นขบนวนการใหญ่ เพราะผู้ต้องหาที่จับกุมได้ก็เป็นหน้าเก่าที่เคยถูกจับมาแล้วในคดีลักษณะนี้

อย่างไรกตาม หลังจับกุมจะส่งสัตว์ป่าเหล่านี้ไปอนุบาล ที่อุทยานแห่งชาติเขาเขียว จ.ชลบุรี ก่อน เพื่อดำเนินคดีผู้ต้องหา ในข้อหาผิด พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่า ต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

 …

ฆ่าเปิบ ตะลึงเจอซากลิงแสมถูกชำแหละชิ้นส่วนแยกสยองเมนูโหด

No Comments

ฆ่าเปิบ ปืนแก๊ปสอย! สับหัวชำแหละ กินแกล้มเหล้า

ฆ่าเปิบ สลดใจคนรักสัตว์ ชาวบ้านระดมกำลังช่วยกันดับไฟไหม้ป่าใกล้ชุมชน เห็นหนุ่มเดนคุกขี่ จยย.สวนออกจากป่าท่าทางมีพิรุธ สะกิดตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าค้นบ้าน ตะลึงเจอซากลิงแสมถูกชำแหละชิ้นส่วนแยกหัว มือ เท้า พร้อมปรุงอาหาร เจ้าตัวยอมรับล่ามาจากป่าสงวนแห่งชาติ อ้างจะนำมาย่างแกล้มเหล้า ถูกดำเนินคดี 2 ข้อหาหนัก

ตำรวจตะครุบทาสยาบ้าล่าลิงแสมมากินแกล้มเหล้ารายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 23 ก.พ. พ.ต.ท.เด่นเดียว ดอนตุ้มไพร สวป.สภ.หนองบัวเหนือ อ.เมืองตาก พร้อมเจ้าพนักงานป่าไม้ และฝ่ายปกครอง จับกุมนายนิคม หรือแทน มั่นภักดี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/2 หมู่ 6 บ้านไร่ท่าตะกู ต.หนองบัวเหนือ อ.เมืองตาก พร้อมของกลางเป็นซากลิงแสม ไม่ทราบเพศ ถูกชำแหละแล้ว 1 ซาก เนื้อลิงชำแหละน้ำหนัก 2 กก. หัวลิง 1 หัว ขาลิง 2 ขา มือลิง 2 มือ และรถ จยย. 1 คัน เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะพบมีสารเมทแอมเฟตามีนเจือปน

ฆ่าเปิบ

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ ชาวบ้านหนองบัวเหนือ ระดมกำลังช่วยกันดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติบ้านไร่ท่าตะกู ระหว่างนั้นพบนายนิคมขี่รถ จยย.ฮอนด้า ไม่ติดแผนป้ายทะเบียนออกมาจากป่าท่าทางมีพิรุธ เมื่อนายนิคมเห็นชาวบ้านรีบเร่งเครื่องหลบหนี ชาวบ้านเห็นผิดปกติแจ้งตำรวจติดตามไปที่บ้านของนายนิคม เจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจค้น กระทั่งพบซากลิงแสมที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนแล้ว บรรจุอยู่ในตะกร้าพลาสติกสีเขียววางไว้หลังบ้าน คาดว่านายนิคมใช้ปืนแก๊ปยิงลิงในป่า ยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวนพบว่านายนิคม มีประวัติอาชญากรรมโชกโชนเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น ทั้งคดียาเสพติดและลักทรัพย์ ล่าสุดเพิ่งพ้นโทษมาไม่นานในข้อหาเสพยาบ้า นายนิคมให้การรับสารภาพว่าซากลิงที่แยกชิ้นส่วนแล้วทั้งหมดเป็นของตน ไปล่ามาจากในป่าบ้านไร่ท่าตะกูเพื่อนำมาย่างแกล้มเหล้าและทำอาหารกิน อ้างว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ควบคุมตัวส่ง ร.ต.อ.โกมิน ยศปัญญา รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองบัวเหนือ ดำเนินคดี 2 ข้อหาคือ ล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง, มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/